วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทที่ 5 รู้จักกับโปรแกรม Flash


1.    Flash คืออะไร
Flash เป็นซอฟต์แวร์ ที่ใช้สร้างชิ้นงานกราฟิกที่พบเป็นส่วนมากบนเว็บไซด์ต่าง ๆ และสามารถพบชิ้นงาน Flash บน เกมส์  สื่อโฆษณาบนเว็บไซต์ อินเตอร์เฟสต่าง ๆ ที่อนุญาตให้มีการโต้ตอบกับผู้ใช้
2.    ความสามารถของ Flash
สร้างชิ้นงาน Interactive
มีส่วนตอบสนองกับผู้ใช้  เช่น ผู้ใช้สามารถคลิกเลือกเมนูต่าง ๆ ได้ นำไปประยุกต์เป็นสื่อการสอน   ( E- Learning ) หน้าจอควบคุมการทำงานต่าง ๆ สื่อโฆษณา                  ( Banner ) บนเว็บไซต์ การ์ตูนแอนิเมชันต่างๆ เป็นต้น
สร้างชิ้นงาน Animation
จุดเด่นของการทำงานในโปรแกรม Flash คือการสร้าง Animation หรือ ภาพเคลื่อนไหว มีเครื่องมืออำนวยความสะดวก ทำให้โปรแกรม Flash สร้างผลงาน Animation ได้ง่าย
สร้างเว็บไซต์ [ Website ]
โปรแกรม Flash สามารถสร้างเว็บไซต์ได้สวยงาม และสร้างลูกเล่นต่าง ๆ ได้ง่าย
มีจุดอ่อนคือ เว็บไซต์ที่สร้างด้วยโปรแกรม Flash แก้ไขข้อมูลได้ยาก และขนาดของไฟล์เว็บไซต์ค่อนข้างใหญ่
สร้างเกมส์ [ GAME ]
FLASH มีเครื่องมือช่วยสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เกมส์มีความสวยงาม มีเครื่องมือสำหรับสร้างคำสั่งควบคุมการเล่นเกมส์ อีกทั้งไฟล์เกมส์ที่สร้างออกมามีขนาดเล็ก ทำให้อัพโหลดสู่เว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว
หมายเหตุ
สำหรับเอกสารนี้ จะนำเสนอแต่ การสร้างงาน Interactive และ Animation ซึ่งสามารถนำไปเผยแพร่ในลักษณะต่าง ๆ และใช้เป็นฐานในการสร้างเว็บไซด์ และเกมส์ได้
3.       จุดเริ่มต้นใช้งานโปรแกรม Flash บน PC
ทำการติดตั้ง โปรแกรม และเรียกใช้
Start➪All Programs➪Adobe Flash Professional CS5.

4.       ส่วนต่อประสานของ Flash
Startup Screen
ภาพที่ 1.1  หน้าต่างเริ่มต้น
หากไม่ต้องการหน้าต่างนี้ปรากฏทุกครั้งที่เริ่มใช้งาน ให้กาเลือกที่กล่อง Don’t show again
สภาพแวดล้อม
ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (user interface) ของFlash มีหลายลักษณะ ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดตามความถนัดของตนเอง ในที่นี้รียกส่วนแสดงและแก้ไขชิ้นงานว่าเวที (Stage)
ภาพที่ 1.2  สภาพแวดล้อมของโปรแกรม
5.         การใช้เครื่องมือ
แผง (Panel) เครื่องมือต่าง ๆ
เป็นส่วนที่ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องมือ และกำหนดค่าของวัตถุ ส่วนใหญ่จะปรากฏในลักษณะยึดติด (dockable) กับหน้าต่างงาน ที่บริเวณกลุ่มของคุณสมบัติวัตถุที่เรียกใช้ ผู้ใช้สามารถเคลื่อนย้าย หรือปิดแผงงานเหล่านี้ ด้วยวิธีการเดียวกับการจัดการวัตถุบนหน้าต่างงาน ตัวอย่าง เช่น การย้ายแผงวัตถุ โดยการคลิกและลากบริเวณTitlebar คลิกปุ่ม Close เพื่อปิดแผงวัตถุหนึ่ง ๆ
 ภาพที่ 1.3 Icon Panel                 ภาพที่ 1.4 ขยายIcon ด้านซ้าย
Properties Inspector
เป็นส่วนอธิบายลักษณะของวัตถุบนเวที
VI.       เมนู
ชื่อเมนู
การใช้งาน
FILE
Open & close files, save files, import & export files, print, publish movies for the Web, send a movie via e-mail, & quit Flash.

Edit

undo & redo
Cut, Copy, Paste
delete, duplicate, select, deselect,
find & replace;
copy & paste entire frames & motions on the Timeline; edit symbols; set preferences
; customize the Tools panel; map fonts; & create keyboard
shortcuts for comm&s
View
Zoom in & out; show or hide the ruler, grid, & guides; choose a preview mode; & specify snapping preferences for objects for easy placement.
Insert
Insert symbols ;
insert and delete Timeline features,
insert layers; add scenes
Modify
Modify symbols, bitmaps, shapes, frames,
Timeline features and effects, scenes, or the entire movie (the document).
Transform, align, group, and ungroup objects; arrange objects; and break objects apart
Text
Format text
check spelling, and embed font
Commands
Reuse and manage saved commands.
Control
Control the playing of movies, test movies and scenes, access certain interactive functions, and mute sounds.
Debug
Debug ActionScript code.
Window
เปิดใช้งานแผงวัตถุต่าง ๆ
Help
เอกสารอธิบายการใช้งานโปรแกรม

6.      การขอความช่วยเหลือใน Flash
กด F1
7.      ประวัติความเป็นมาของ Flash
เดิมทีนั้น flash เป็นโปรแกรมเล็กๆตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสำหรับทำอนิเมชั่น สำหรับบนเว็บไซต์เท่านั้น ยังไม่มีการเขียนโปรแกรมใดๆดังสิ้น โดยโปรแกรมที่ว่านั้นชื่อว่า FutureSplash Animator ลักษณะของโปรแกรมเน้นไปที่เส้นชนิด เว็คเตอร์ (Vector) ซึ่งจะต่างกับภาพประเภท pixel ก็คือ  ภาพพิกเซลนั้นเมื่อขยายจะทำให้ภาพแตกได้ แต่สำหรับกราฟฟิคประเภทเวคเตอร์นั้นจะไม่เนื่องจากว่า เส้นต่างๆ เกิดจากการคำนวณเป็นหลัก  หลังจากนั้นเมื่อค่ายยักษ์ใหญ่ ณ ขณะนั้นอย่าง Macromedia เริ่มเล็งเห็นความสำคัญจึงได้ทำการติดต่อกันไป และได้ปล่อยออกมาด้วยชื่อใหม่ที่ใช้จนปัจจุบันในนาม flash  (สมัยก่อนนั้น ส่วนใหญ่จะนิยมใช้โปรแกรม director โดยมี player ชื่อว่า shockwave player และภาษาที่ใช้เขียนคือภาษา lingo ซึ่งปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมน้อยลง เนื่องจาก flash สามารถทำอะไรได้มากขึ้น)
FutureSplash Animator (10 เมษายน 1996): เวอร์ชั่นเริ่มต้นของ flash ซึ่งประกอบด้วยเครื่องพื้นแก้ไขพื้นฐาน และ ไทม์ไลน์ (timeline)
               Macromedia Flash 1 (พฤษจิกายน1996): แมคโครมีเดียเปลี่ยนแบรนด์ใหม่สำหรับ FutrueSplash Animator เป็น Macromedia Flash 1
               Macromedia Flash 2 (มิถุนายน 1997): ปล่อย Flash Player 2 และเฟียเจอร์ใหม่ คือ object library
               Macromedia Flash 3 (พฤษภาคม 31, 1998): ปล่อย Flash Player 3 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่มูฟวี่คลิป, ใช้งานร่วมกับ จาวาสคริปต์ ปลั๊กอิน, การทำวัตถุโปร่งใส (transparency) และตัว stand alone player (ตัวที่ใช้เล่น flash เวลาเราเปิดไฟล์ swf)
               Macromedia Flash 4 (มิถุนายน 15, 1999): ปล่อย Flash Player 4 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ เรื่องของตัวแปร, อินพุตฟิลด์, ActionScriptและ การสตรีมมิ่งไฟล์ MP3  (ถือเป็นเวอร์ชั่นแรกๆที่คนเริ่มเขียนเกมและงานอินเตอร์แอคทีพต่างๆ จาก flash เวอร์ชั่นนี้แต่รูปแบบการเขียนโปรแกรมยังไม่ถือว่าสมบูรณ์สักเท่าไรนัก อาทิเช่นการทำลูปบางครั้งก็ต้องใช้การเล่นเฟรมวน)
               Macromedia Flash 5 (August 24, 2000): ปล่อย Flash Player 5 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ActionScript 1.0 (ยึดพื้นฐานของ ECMAScriptโดยมีลักษณะของภาษาคล้างคลึงกับ จาวาสคริปต์), ซัพพอรต์XML, การสร้างSmartclips (เวอร์ชั่นหลังคือ คอมโพเนนต์ (components)), รูปแบบ text ชนิด HTML และ ไดนามิกซ์เทกซ์ (dynamic text, เป็นฟิลด์ที่สามารถควบคุมได้ด้วยActionScript)
              Macromedia Flash MX (เวอร์ชั่น6, 15 มีนาคม, 2002): ปล่อย Flash Player 6, โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่การรองรับ video codec (ชื่อ Sorenson Spark), คำสั่งวาดรูปเวคเตอร์ด้วย ActionScript (ActionScript vector drawing API)
              Macromedia Flash MX 2004 (เวอร์ชั่น7, 9 กันยายน, 2003): ปล่อย flash player 7, โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ ActionScript 2.0 ซึ่งได้ทำการออกแบบสำหรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (object oriented programming), behaviors, JSAPI, รองรับตัวอักษรชนิด alias, การสร้างอนิเมชั่นด้วย timeline effects, การจัดการเนื้อหาในรูปแบบของ slide พรีเซนต์ เช่นเดียวกับ PowerPoint, คอมโพเนนต์สำหรับเล่นไฟล์มีเดียต่างๆ (รองรับ MP3 และไฟล์วิดีโอแฟลชนามสกุล FLV), คอมโพเนนต์จัดการข้มูลเช่น DataSet, XMLConnector, Web, ServicesConnector, XupdateResolver, อื่นๆ) Apiสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูล, พาเนลโปรเจกต์ (สำหรับแบ่งไฟล์ต่างๆเป็นหมวดหมู่) components เวอร์ชั่น2 และคลาสสำหรับการเคลื่อนที่ (Transition class libraries)
ป.ล.เนื่องจากเวอร์ชั่นนี้ ออกมาหลังจากเวอร์ชั่นMX ไม่นานมากนักและค่อนข้างอืดในการทำงานพอสมควร หลายๆคนจึงนิยมใช้ MX แล้วข้ามไปใช้เวอร์ชั่น8 ทีเดียวก็มี
            Macromedia Flash 8 (13 กันยายน, 2005): Macromedia Flash Basic 8, มีเฟียเจอร์ใหม่คือเครื่องมือ flash ที่เน้นไปสำหรับกลุ่มคนใช้งานใหม่ที่ต้องการทำแค่การวารูปพื้นฐานง่ายๆหรืออนิเมชั่นและการอินเตอร์แอพทีพแบบง่ายๆ, ปล่อย Flash Player 8, โดยเวอร์ชั่นนี้มีข้อจำกัดในการซัพพอรต์ไฟล์วิดีโอ และกราฟฟิคระดับสูงและอนิเมชั่นเอฟเฟคต่างๆ , สำหรับอีกเวอร์ชั่นคือ Macromedia Flash 8 Professional นั้น ได้เพิ่มเฟียเจอร์ที่ดีกว่า ในเรื่องของคุณภาพ วิดีโอและการสร้างงานสำหรับมือถือ โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่การตกแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ (Filters) และ เบรนด์โหมด (blend modes) , การควบคุมความเร่งของการเคลื่อนที่แบบต่างๆสำหรับอนิเมชั่น (easing control), คุณสมบัติประเภท stroke (caps and joins) , โหมดการวาดแบบเชิงวัตถุ, การเก็บแคชภาพในรูปแบบของบิตแมพ (เพื่อความเร็วในการประมวลผล), ตัวอักษรในรูปแบบ anti-aliasing, วิดีโอ codec ใหม่ชื่อ On2 VP6, รองรับรูปแบบ วิดีโอที่พื้นหลังโปร่งใส (ถ่ายจากกรีนสกรีน หรือบรูสกรีน แล้วนำมาใส่เอฟเฟกต์พื้นหลัง), ตัวโปรแกรมแปลงและนำเข้าวิดีโอ ซึ่งแยกเดี่ยวๆมาต่างหาก, รองรับการจัด cue point สำหรับ FLV (เพิ่มจุดแต่ละช่วงวิดีโอที่สามารถควบคุมด้วยสคริปต์ได้), คอมโพเนนต์ระดับสูง สำหรับการควบคุมวิดีโอและตัวจำลองโปรแกรมบนอุปกรณ์มือถือแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น
สำหรับเวอร์ชั่นนี้ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ค่อนข้างสมบูรณ์และใช้งานกันยาวนานพ อสมควรและถือว่าเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายสำหรับ Macromedia ก่อนที่จะถูกคู่แข่งที่แข่งกันมานานอย่าง adobe เทคโอเวอร์บริษัทไปซึ่งก็ขัดใจหลายๆคนที่ไม่ค่อยชอบ adobe สักเท่าไรนักแต่ถ้าในแง่ของผู้ใช้งาน ก็ถือว่ามีหลายๆเรื่องดีขึ้นทีเดียวอย่างเช่นการอิมพอรต์งานข้ามโปรแกรมกันได้ โดยเวอร์ชั่นนั้นคือ
             Adobe Flash CS3 Professional (เวอร์ชั่น  9, 16 เมษายน, 2007): Flash CS3 ซึ่งถือเป็นเวอร์ชั่นที่อยู่ภายใต้ชื่อของ adobe. เฟียเจอร์ของ CS3 นั้นได้แก่การรองรับภาษา ActionScript 3.0 ที่หลายๆคนหลงรักและหลายคนเบือนหน้าหนีเนื่องจากมีการเขียนที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะจากเดิมมากทีเดียว , การแปลงแอพพริเคชั่นทั้งชิ้นไปเป็นรูปแบบ ActionScript, การใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นของ Adobe ได้ดีขึ้นอย่างเช่น Adobe Photoshop และ มีการวาดแบบเวคเตอร์ที่ดีขึ้น, มีหลายๆส่วนใกล้เคียงกับ Adobe Illustrator และ Adobe Fireworks มากขึ้น
หมายเหตุ ถ้าพัฒนางานด้วย flash cs3  หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่แนะนำให้เซฟกลับไปเป็นเวอร์ชั่น8 เนื่องจากความเร็วในการรันสคริปต์อาจไม่เท่ากันและอาจทำให้เกิดผลกระทบกับโปรแกรมที่เขียนได้
            Adobe Flash CS4 Professional (เวอร์ชั่น  10, 15 ตุลาคม, 2008): เพิ่มการใส่กระดูกให้วัตถุได้, ควบคุมวัตถุด้วย 3D แบบพื้นฐานได้แอนิเมชั่นเชิงวัตถุ, เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการตัวอักษรมากขึ้น, พัฒนาส่วนเพิ่มเติมสำหรับActionScript 3.0  โดย CS4 นั้นช่วยให้นักพัฒนาทั้งหลายสามารถสร้างแอนิเมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ด้วยเฟียเจอร์ต่างๆที่ไม่มีในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้
              สำหรับปัจจุบันนี้ (2009) ถือว่า flash ได้พัฒนามากพอสมควร โดยภาษา ActionScript 3.0 นั้น Adobe ได้ตั้งใจไว้ให้เป็นภาษาหลัก และได้แข่งกับ Microsoft ที่จะยึดภาษาของตัวเองเป็นมาตรฐานสำหรับ ECMAScriptเวอร์ชั่นถัดไปกันทีเดียว แต่ดูเหมือนว่า Microsoft จะชนะไปในการแข่งขันครั้งนี้ แต่ทาง Adobe ก็ได้ประกาศว่าทางตัวเองก็จะยึดมั่นแนวทางของตัวเองโดยปรับภาษาของตัวเองให้เข้ากับมาตรฐานใหม่ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลไป   (ทาง Microsoft มี software ที่ออกมาแข่งกับ flash นามว่า Silver light)
            นอกจากนี้ไฟล์แฟลชนั้นไม่ถูกเพียงสร้างขึ้นด้วยโปรแกรม flash อีกต่อไปมีอีกหลายโปรแกรมที่สามารถพัฒนาได้เช่นกัน อาทิ flex เป็นต้นที่ไม่เน้นการสร้างแอนิเมชั่นด้วยไทม์ไลน์แบบ flash สักเท่าไรนักเน้นเขียนโปรแกรมควบคุมเป็นหลักด้วย ActionScript 3.0 โดยปัจจุบันก็ออกมาเป็นเวอร์ชั่นใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น Flash Builder 4 แทน
              แต่ถึงแม้ว่าจะมี ActionScript 3.0 แล้วก็ตาม แต่ ActionScript 2.0 ก็ยังไม่ได้ตายซะทีเดียวเนื่องจากว่ามีรูปแบบการใช้งานที่ง่ายและสะดวกและทำความเข้าใจสำหรับ designer ต่างๆได้ไม่ยากในการเขียนโปรแกรมพื้นฐานควมคุมอนิเมชั่นง่ายๆฉะนั้นการจะเลือกใช้ภาษาไหนขึ้นอยู่กับสโคปเนื้อหาของงานและความสะดวกของตัวผู้ใช้เป็นหลัก

เกล็ดความรู้เพิ่มเติม
- flash บนมือถือนั้น จะเรียกว่า flash lite โดยมือถือจะเล่นได้ต้องมี flash lite player ซึ่งบางรุ่นก็ต้องดาวน์โหลดเอง บางรุ่นก็แถมมาให้เลยนอกจากนี้ต้องดูด้วยว่า player นั้นเป็นเวอร์ชั่นอะไร เนื่องจากถ้าเป็น flash lite 1.0 จะต้องเขียน ActionScriptรูปแบบเดียวกับ flash 4 นั่นเอง ส่วน flash lite เวอร์ชั่นหลังๆ ก็จะสามารถทำงานได้เหมือน flash player บน pc โดยคำสั่งนั้นอาจจะน้อยกว่าในเวอร์ชั่นpc เท่าที่ระบบมือถือจะรองรับได้นอกจากนี้การพัฒนางานบนมือถือต้องใส่ใจเรื่องเมมโมรี่ที่มีอยู่อย่างจำกัดอีกด้วย
- ActionScriptเรียกย่อๆว่า AS หรือ as
- Flash เขียนเป็นภาษาไทยว่า แฟลช ไม่ใช่ แฟรช

























วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

บทที่ 4 ใส่เอฟเฟ็กต์ให้กับงานพรีเซนเตชั่น




ใส่ เอฟเฟ็กต์ในการเปลี่ยนแผ่นสไลด์ เทคนิคหนึ่งที่ทำให้งานนำเสนอดูเป็นมืออาชีพ คือ การใส่ลูกเล่นในขณะเปลี่ยนแผ่นสไลด์จากแผ่นหนึ่งไปอีกแผ่นหนึ่ง เราเรียกลูกเล่นในขณะเปลี่ยนแผ่นสไลด์นี้ว่า การเปลี่ยนภาพ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกปุ่มมุมมองเรียงลำดับภาพนิ่ง
2. คลิกปุ่มการเปลี่ยนภาพนิ่ง
3. คลิกเลือกสไลด์ที่ต้องการ
4. คลิกเลือกรูปแบบการเปลี่ยนสไลด์
5. ระบุความเร็วการเปลี่ยนสไลด์
6. คลิกเลือกเพื่อ  ใส่เสียงประกอบ
7. ระบุการจัดฉายสไลด์ถัดไปแบบใด
8. คลิกเลือกนำไปใช้กับภาพนิ่งทั้งหมด






ใส่ เอฟเฟ็กต์  ให้กับวัตถุที่สร้างขึ้นในสไลด์ นอกจากจะใส่เอฟเฟ็กต์ตอนเปลี่ยนสไลด์แล้ว ยังอาจใส่ เอฟเฟ็กต์ ให้กับข้อความ หรือส่วนประกอบต่าง ๆ
ที่เรียกว่า ออบเจ็ค ภายในสไลด์ได้ โดยขณะฉายสไลด์แทนที่ข้อความจะแสดงมาพร้อมกันทีเดียว เราก็
กำหนดให้แสดงที่ละส่วนตามความต้องการ มีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกปุ่มมุมมองปกติ
2. คลิกออกแบบ
3. คลิกโครงร่างการเคลื่อนไหว
4. คลิกเลือกสไลด์
5. เลือกแบบการเคลื่อนไหว
6. คลิกให้มีผลกับทุกสไลด์ (นำไปใช้กับภาพนิ่งทั้งหมด)
7. คลิกเพื่อแสดงตัวอย่าง (เล่น)


การเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง การแทรกการเคลื่อนไหวให้กับงานนำเสนอ เมื่อเราจัดวางข้อความและรูปภาพต่าง ๆ ตามต้องการแล้วการแทรกลักษณะการเคลื่อนไหวให้กับงานนำเสนอเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ช่วยให้งานนำเสนอดูน่าสนใจ มีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกขวาที่ ข้อความ > เลือกคำสั่ง การเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง
2. สังเกตที่บานหน้าต่างงาน คลิกปุ่ม เพิ่มลักษณะพิเศษ เราสามารถเลือกลักษณะพิเศษตามต้องการ
3. ปรับแต่งคุณสมบัติของการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ  ตามความต้องการ
4. เมื่อแทรกการเคลื่อนไหวของภาพครบแล้ว เราสามารถทดสอบการนำเสนออย่างคร่าว ๆ ได้โดยคลิกที่ปุ่ม เล่น หมายเลขที่ปรากฏขึ้น หมายถึง ลำดับการนำเสนอของวัตถุของสไลด์นั้น ๆ

บทที่ 3 การใช้งานนำเสนอ


การสร้างสไลด์จากแม่แบบการออกแบบ วิธีการสร้างสไลด์จากแม่แบบการออกแบบ   มีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกเมนูแฟ้ม > สร้าง  หรือคลิกที่สร้างงานนำเสนอใหม่ ซึ่งอยู่ในหน้าต่างด้านขวามือ
2. คลิกที่จากแม่แบบการออกแบบ เพื่อสั่งให้สร้างงานนำเสนอใหม่ด้วยการสร้างจากรูปแบบที่เตรียมไว้ให้
3. คลิกเลือกรูปแบบสไลด์ที่ต้องการ
4. ผลลัพธ์จะพบว่าสไลด์ถูกเปลี่ยนเป็นไปตามแบบที่เลือก
5. ตกแต่งสไลด์ตามต้องการ
การสร้างงานนำเสนอเปล่า การสร้างงานนำเสนอเปล่า เป็นการสร้างงานนำเสนอที่ใช้เวลา เพราะต้องทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดสีพื้นสไลด์ สีตัวอักษร ข้อดีของการสร้างสไลด์ คืองานนำเสนอจะแตกต่างจากผู้อื่น ทำให้งานนำเสนอมีความพิเศษกว่า
วิธีการสร้างสไลด์เปล่า
1. คลิกเมนูแฟ้ม  >  สร้าง หรือ คลิกที่สร้างงานนำเสนอใหม่
2. คลิกที่งานนำเสนอเปล่า
3. คลิกเลือกเค้าโครงภาพนิ่ง ซึ่งเค้าโครงภาพนิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าควรว่างอะไรไว้ส่วนไหนของสไลด์
4. จะพบสไลด์เปล่าสีขาวมีกรอบเส้นประ 2 ส่วน ให้คลิกกรอบด้านบน  จะพบกรอบเส้นประที่เลือกเป็นแถบแรเงาสีเทา
5. กรอกข้อความที่ต้องการลงในสไลด์
6. ตกแต่งสไลด์ให้สวยงาม



ออบเจ็ค คือสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ภายในสไลด์ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ ข้อความ กราฟ ตารางหรืออื่น ๆ
เค้าโครงภาพนิ่ง เค้าโครงภาพนิ่ง เป็นตัวกำหนดว่าภายในสไลด์จะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เช่น ข้อความ รูปภาพ หรือกราฟ รวมถึงการจัดวางตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ บนสไลด์  ภายในเค้าโครงภาพนิ่งจะมีสัญลักษณ์เพื่อแสดงว่า ในแต่ละส่วนของสไลด์จะมีสิ่งใดลงไปบ้าง ตัวอย่างสัญลักษณ์ที่ใช้ มีดังนี้
สัญลักษณ์แทนชื่อเรื่อง
สัญลักษณ์แทนข้อความที่มีสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย
สัญลักษณ์แทนภาพตัดปะ
สัญลักษณ์แทนกราฟ
สัญลักษณ์แทนตาราง
สัญลักษณ์แทนมีเดียคลิป เช่น ไฟล์เสียง หรือไฟล์วีดิโอ
สัญลักษณ์แทนผังองค์กร
การใช้งานเค้าโครงภาพนิ่ง มีขั้นตอนดังนี้
1. สร้างสไลด์ใหม่ โดยคลิกเมนูแทรก > สร้างภาพนิ่ง
2. คลิกเลือกเค้าโครงสไลด์ ในแบบที่ต้องการ
3. สไลด์จะมีเค้าโครงที่กำหนด
หลังจากเลือกเค้าโครงสไลด์ จะปรากฏเส้นประแสดงขอบเขตของแต่ละส่วน ขอบเขตนี้เรียกว่า ตัวยึด
ลักษณะการใช้งานตัวยึด
1. คลิกเลือกเมนูแทรก > สร้างภาพนิ่ง เพื่อแทรกสไลด์ใหม่ในงานนำเสนอ
2. คลิกเลือกเค้าโครงภาพนิ่ง  สำหรับตัวอย่างเลือกเค้าโครงที่มีแต่ข้อความ
3. จะเห็นเส้นประ 3 กรอบ โดยกรอบบนใช้สำหรับใส่หัวเรื่องกรอบซ้ายและขวาสำหรับใส่ข้อความ
4. คลิกภายในกรอบบน เส้นประจะเป็นแถบแรเงาสีเทา แสดงว่ากำลังทำงานอยู่กับตัวยึดตัวบน
5. กรอกข้อความที่ต้องการใช้เป็นหัวเรื่อง
6. คลิกภายในกรอบเส้นประด้านซ้ายเส้นประจะเป็นแรเงาสีเทา จากนั้นกรอกข้อความ แล้วกดปุ่ม Enter จนกว่าจะได้หัวข้อที่ต้องการครบถ้วน



การสร้างานนำเสนอจากตัวช่วยสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ
1. เปิดโปรแกรม  Microsoft Office PowerPoint 2003   จะพบบานหน้าต่างงาน
2. คลิกที่สร้างงานนำเสนอใหม่
3. สร้าง ให้คลิกที่ จากตัวช่วยสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ
4. คลิกปุ่ม  ถัดไป  เพื่อทำขั้นตอนต่อไป
5. คลิกเลือกประเภทของงานนำเสนอ ให้คลิกปุ่ม ทั่วไป ถ้างานเกี่ยวโปรเจ็กต์ให้คลิกปุ่ม โครงการ
6. คลิกเลือกชนิดงานนำเสนอที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด
7. คลิกปุ่ม เสร็จสิ้น   เพื่อทำขั้นต่อไป
8. คลิกเลือกชนิดอุปกรณ์ที่ใช้นำเสนองานชิ้นนี้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
-  งานนำเสนอหน้าจอ หมายถึง นำไปแสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
-  งานนำเสนอบนเว็บ หมายถึง การแปลงเป็นเอกสารที่เหมาะกับการนำเสนอบนอินเทอร์เน็ต
-  เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ แบบขาวดำ
-  เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะแบบสี
-  ภาพนิ่ง 35 มม.
9. คลิกปุ่ม ถัดไป   เพื่อทำขั้นตอนต่อไป
10. ในช่องชื่อเรื่องงานนำเสนอ ให้กรอกชื่อเรื่องให้กับงานนำเสนอ
11. หากต้องการใส่ข้อความไว้ที่ด้านล่างของสไลด์ทุก ๆ  สไลด์ เช่น ชื่อผู้จัดทำ ให้กรอกข้อความที่ต้องการลงในช่องท้ายกระดาษ
12. คลิกให้เกิดเครื่องหมายถูกที่วันที่ปรับปรุงครั้งล่าสุด เพื่อใส่วันที่ลงในสไลด์ทุก ๆ สไลด์อัตโนมัติ หากไม่ต้องการให้คลิกเครื่องหมายถูกออก
13. คลิกเครื่องหมายถูกที่หมายเลขภาพนิ่ง เมื่อต้องการใส่ตัวเลขในสไลด์เพื่อบอกว่าสไลด์ แผ่นใดมีลำดับเลขเป็นเท่าใด
14. คลิกปุ่ม ถัดไป เพื่อทำขั้นต่อไป
15. คลิกปุ่ม เสร็จสิ้น เป็นขั้นตอนสุดท้ายของตัวช่วยสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ

สร้างสไลด์แผ่นใหม่ การสร้างงานนำเสนอใหม่จากสไลด์เปล่าหรือจากแม่แบบการออกแบบ มีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกแท็บภาพนิ่ง ซึ่งอยู่ด้านซ้าย
2. คลิกขวา สไลด์ที่ต้องการแทรกแผ่นใหม่
3. คลิกคำสั่งสร้างภาพนิ่ง เพื่อสร้างสไลด์แผ่นใหม่ต่อท้ายสไลด์ที่เลือก
4. สไลด์ใหม่จะแทรกต่อจากสไลด์แรก
การทำสำเนาสไลด์
1. คลิกแท็บภาพนิ่ง
2. คลิกสไลด์ที่ต้องการทำสำเนา
3. คลิกเมนูแก้ไข > การทำซ้ำ
4. สไลด์ใหม่จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับสไลด์ที่ได้เลือกไว้
ลบสไลด์
1. คลิกเมนูมุมมอง > ปกติ
2. คลิกแท็บภาพนิ่ง
3. คลิกเลือกสไลด์ที่ต้องการลบ
4. กดปุ่ม Delete  หรือคลิกเมนูแก้ไข > ล้าง
5. สไลด์ที่เลือกจะถูกลบไป
การบันทึก เมื่อสร้างงานนำเสนอเสร็จเรียบร้อย ควรจัดเก็บข้อมูลในดิสก์ ซึ่งเรียกโดยทั่วไปว่า บันทึก มีขั้นตอน ดังนี้
1. คลิกเมนูแฟ้ม > บันทึก
2. เลือกตำแหน่งที่ใช้เก็บงานนำเสนอ
3. ตั้งชื่องานนำเสนอลงในช่องชื่อแฟ้ม
4. คลิกปุ่ม บันทึก เพื่อจัดเก็บงานนำเสนอในดิสก์
นอกจากขั้นตอนดังกล่าว ยังสามารถบันทึกงานนำเสนอได้อีก 2 วิธี
วิธีที่ 1 คลิก ปุ่ม   ซึ่งปุ่มนี้จะอยู่บนแถบเครื่องมือมาตรฐาน
วิธีที่ 2  ให้กดปุ่ม < Ctr+S > (คือกดปุ่ม     < Ctr> ค้างไว้ จากนั้น กดปุ่ม <S>  และปล่อยปุ่มทั้งสองพร้อม ๆ กัน)
การบันทึกแบบสร้างสำเนา มีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกเมนูแฟ้ม > บันทึกเป็น
2. เลือกตำแหน่งที่ใช้เก็บงานนำเสนอ
3. ตั้งชื่องานนำเสนอลงในช่องชื่อแฟ้ม ให้แตกต่างกับชื่อเดิม
4. คลิกปุ่ม บันทึก
เรียกใช้งานนำเสนอที่มีอยู่แล้ว การเปิดแฟ้มข้อมูลที่เราเคยบันทึกไว้ เราสามารถคลิกปุ่ม      หรือใช้คำสั่งแฟ้ม > เปิด

บทที่ 2 รู้จักกับโปรแกรม Power Point









 
 
Microsoft PowerPoint เป็นโปรแกรมที่รู้จักกันดีว่าใช้ในการสร้างสไลด์สำหรับการนำเสนอ งาน(Presenttation ) ไม่ว่าจะเป็นการแสดงบนจอภาพ ฉายโปรเจ็คเตอร์ที่ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือคอยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทำให้งานเกิดความน่า สนใจยิ่งขึ้นโดยการใส่รูปภาพต่าง เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวิดีโอคลิป ฯลฯ 
 
แนะนำหน้าตาวินโดว์ของPowerPoint2003
วิธีเรียกใช้โปรแกรม
การใช้แถบเครื่องมือ
การปิดโปรแกรม PowerPoint      

 
การเรียกใช้โปรแกรม PowerPoint ก็คล้ายๆกับโปรแกรมอื่นๆของ Microsoft โดยมีวิธีการดังนี้
 
 
 
เครื่องมือพื้นฐานส่วนใหญ่ของโปรแกรม PowerPoint นั้นก็จะเหมือนกับโปรแกรมอื่นๆในชุด Office 2003
 
แนะนำแถบเครื่องมือ Standard ( มาตรฐาน )
 
 
แถบเครื่องมือ Standard ( มาตรฐาน ) ประกอบด้วยปุ่มที่ใช่บ่อยๆดังนี้
 
 
แนะนำแถบเครื่องมือ Formatting ( จัดรูปแบบ )
 
 
แถบเครื่องมือจัดรูปแบบ ประกอบด้วยปุ่มที่เกี่ยวกับการจัดรูปแบบตัวอักษรหรือย่อหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้